1. IELTS คืออะไร?
IELTS เป็นชื่อย่อของระบบการวัดผลภาษาอังกฤษนานาชาติ International English Language Testing System เพื่อใช้ประเมินความสามารถด้านภาษาของผู้สมัครสอบที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ และต้องการ เรียนต่อ หรือทำงานในสถานที่ที่ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารค่ะ
2. ประเทศไหนบ้างที่ใช้ IELTS เป็นเกณฑ์วัดระดับภาษาอังกฤษ?
ก็มีออสเตรเลีย แคนาดา นิวซีแลนด์ สหราชอาณาจักร และ สหรัฐอเมริกา ค่ะ นอกจากนี้ IELTS ยังเป็นที่ยอมรับของสถาบัน กองตรวจคนเข้าเมือง และ องค์กรของรัฐบาลอีกหลายแห่งด้วยค่ะ
3. ต้องมีอายุเท่าไหร่คะถึงจะสมัครสอบ IELTS ได้?
ไม่ต่ำกว่า 16 ปีค่ะ
4. ทักษะที่ IELTS ประเมิน?
มี 4 ทักษะค่ะ คือ การฟัง อ่าน เขียน และพูด รวมถึงความรู้ทางด้านไวยากรณ์และคำศัพท์ในการใช้ภาษาด้วยค่ะ
5. รูปแบบของการสอบ?
จะขึ้นอยู่กับว่าสอบไปทำไมค่ะ ถ้าเป็นแบบ ACADEMIC modules จะเป็นการทดสอบความพร้อมในการศึกษาต่อในต่างประเทศที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษ ทั้งในระดับ ปริญญาตรี และ ปริญญาโท ถ้าเพื่อการฝึกอบรมหรือGENERAL TRAINING modules จะเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการวัดความพร้อมเพื่อศึกษาต่อในระดับมัธยม การฝึกอบรมหรือ ทำงานในต่างประเทศที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษ หรือคนที่สอบเพื่อจะขอ PR ค่ะ
6. แบบไหนง่ายกว่ากัน
แบบ GENERAL TRAINING จะมีความซับซ้อนน้อยกว่า แบบ ACADEMIC ค่ะ
7. การแบ่งช่วงเวลาสอบ IELTS?
มีสองช่วงค่ะ ช่วงที่ 1 สอบข้อเขียน ใช้เวลา 2 ชั่วโมงครึ่ง ทดสอบการอ่าน 1 ชั่วโมง เขียน 1 ชั่วโมง และ ฟัง 30 นาที ช่วงที่ 2 จะเป็นการสอบสัมภาษณ์รายบุคคล ใช้เวลาคนละประมาณ 10-15 นาทีค่ะ
8. ทดสอบการฟังเป็นยังไง เกี่ยวกับอะไร และ ใช้เวลานานเท่าไหร่?
การสอบฟังนั้นใช้เวลา 30 นาที โดยมีคำถามทั้งหมด 40 ข้อ และมีด้วยกัน 4 ส่วนค่ะ สองส่วนแรกนั้นจะเป็นเรื่องในชีวิตประจำวันจะเป็นการสนทนาระหว่างคนสองคน หลังจากนั้นก็จะเป็นคนพูดเพียงคนเดียว ตัวอย่างเช่น สนทนาเรื่องการวางแผนไปเที่ยว หรือ ตัดสินใจว่าจะไปไหนดีคืนนี้ และมี การพูดเกี่ยวกับการให้บริการแก่นักเรียนในมหาวิทยาลัย สองส่วนหลังจะฟังเกี่ยวกับสถานการณ์จำลอง โดยจะมีเนื้อหาหนักไปทางการศึกษาโดยจะมีบทสนทนากันระหว่างกลุ่มคนไม่เกินสี่ คน หลังจากนั้นก็จะเป็น การฟังคนพูดเพียงคนเดียว ตัวอย่างหัวข้อที่จะพูด อาจเป็นการสนทนาระหว่างอาจารย์และนักเรียนเกี่ยวกับการบ้าน หรือ อาจจะเป็นการคุยกันในกลุ่มนักเรียน สองสามคน ปรึกษากันเรื่องหัวข้อทำวิจัย และ เลคเชอร์ หรือ การพูดแนววิชาการค่ะ ในการสอบไม่มีผู้สอบคนใดได้เปรียบเสียเปรียบค่ะ ทั้งนี้เพราะว่า หัวข้อที่นำมาใช้ในการสอบนั้นจะเป็นหัวข้อทั่วไป ไม่เน้นไปในวิชาใดวิชาหนึ่ง ความยากจะค่อยๆเพิ่มขึ้นเรื่อยในแต่ละส่วน
9. สำเนียงภาษาอังกฤษฟังยากมั๊ย?
สำเนียงที่ใช้ในการสอบนั้นจะมีหลากหลายมากรวมทั้งสำเนียงท้องถิ่นด้วยค่ะ ขึ้นอยู่กับพื้นฐานของแต่ละคนค่ะ
10. คำถามของ การฟัง จะเป็นลักษณะไหน?
* ตอบคำถามสั้นๆ
* เติมคำในประโยค
* ให้โน๊ต ย่อ หรือ วาด diagram flow chart หรือ เติมคำในตารางให้สมบูรณ์
* ให้เขียนใน diagram ว่า แต่ละส่วนที่มีเลขเขียนไว้ หมายถึงอะไร
* จับคู่
* เรียงลำดับ
11. ฟังได้กี่รอบ?
รอบเดียวเท่านั้นค่ะ ขณะที่ฟังผู้เข้าสอบต้องอ่านคำถามและเติมคำตอบในกระดาษคำถามไปพร้อมๆกัน เมื่อฟังเทปเสร็จเรียบร้อย จะมีเวลาให้ นำย้ายคำตอบจากในกระดาษมาเขียนลงในกระดาษคำตอบค่ะ
12. ทดสอบการอ่านเป็นอย่างไร เกี่ยวกับอะไร และ ใช้เวลานานเท่าไหร่?
การอ่านของ Academic กับ General Training นั้นจะไม่เหมือนกันค่ะ สำหรับ Academic Reading มี 40 คำถาม ให้ทำในเวลา 60 นาที โดยจะมีเรื่องสั้นๆ ให้อ่านสามเรื่องด้วยกันค่ะ ความยาวโดยรวมประมาณสองพันถึงสองพันเจ็ดร้อยห้าสิบคำ เนื้อหานั้นจะมาจาก นิตยสารวารสาร หนังสือ และ หนังสือพิมพ์ และมีเนื้อหาเหมาะสำหรับบุคคลทั่วไป ในจำนวนนี้ จะมีอย่างน้อยหนึ่งเรื่องที่เกี่ยวกับ การแสดงความเห็น และอาจจะมีไดอะแกรม กราฟ หรือ ภาพประกอบเรื่องนั้นๆ ถ้าหากเรื่องไหนมีศัพท์เทคนิคปะปนอยู่ก็จะมีคำอธิบายไว้ให้ด้วยค่ะ ข้อสอบจะเพิ่มความยากขึ้นเรื่อยๆ คำถามบางคำถามอาจจะถามก่อนอ่านเนื้อเรื่อง บางคำถามก็ถามหลังเนื้อเรื่อง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะของคำถามนั้นๆค่ะ
13. ลักษณะคำถามของการอ่าน?
* ตอบคำถามสั้นๆ
* เติมคำในประโยค
* ให้โน๊ต ย่อ หรือ diagram flow chart หรือ เติมคำในตารางให้สมบูรณ์
* ให้เขียนใน diagram ว่า แต่ละส่วนที่มีเลขเขียนไว้ หมายถึงอะไร
* จับคู่
* เรียงลำดับ
* ลักษณะคำถามที่มีคำตอบ ไว้จำนวนมาก ให้เลือก คำตอบที่ให้ไว้ มาเติมในช่องที่เหมาะสม
* ให้หาว่าผู้เขียนต้องการจะสื่ออะไรให้ผู้อ่าน โดย ตอบ yes / no /not given
* ให้หาว่าเนื้อเรื่องได้กล่าวเรื่องในคำถามไว้หรือไม่ โดยให้ตอบ yes/ no/ not given/ true /false/ not given
14. การให้คะแนน?
คำถาม ข้อละ 1 คะแนน และ ผู้สอบควรตรวจสอบให้รอบคอบในการเขียนคำตอบลงในกระดาษคำตอบว่าสะกดได้ถูกหรือ ไม่ และ ถูกหลักไวยากรณ์หรือไม่ เพราะหากไม่ถูกจะมีการหักคะแนนด้วยค่ะ
15. แล้วการอ่านสำหรับ General Training ต่างกับแบบ Academic Reading ยังไง?
เนื้อหาของแบบ General Training จะนำมาจากประกาศ โฆษณา หนังสือราชการ คู่มือ แผ่นพับ หนังสือพิมพ์ ตารางเวลา หนังสือ หรือ นิตยสารค่ะ โดย ส่วนแรกนั้นจะเป็นเรื่อง สังคม ทั่วไป ภาษาที่เข้าใจง่ายแล้วจะค่อยเพิ่มความยาก ในส่วนของเนื้อหาและการใช้ภาษา ขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเริ่มขึ้นส่วนที่สอง สาม สี่ ค่ะ
16. การเขียนของการสอบ ILETS เป็นอย่างไร?
การเขียนของ Academic และ General Training ก็ไม่เหมือนกันค่ะ Academic Writing มีเวลาในการเขียน 60 นาที และมี 2 หัวข้อที่ต้องทำ ควรใช้เวลาในส่วนแรกประมาณ 20 นาที และเขียนอย่างน้อย 150 คำ ส่วนที่สองนั้นควรใช้เวลาประมาณ 40 นาที และเขียนอย่างน้อย 250 คำค่ะในส่วนแรกนั้น ผู้เข้าสอบจะต้องเขียนอธิบาย เกี่ยวกับ diagram หรือ ตาราง ที่มีไว้ให้การทดสอบส่วนนี้เพื่อที่จะวัดความสามารถในการจัดข้อมูล และการเปรียบเทียบข้อมูลและความสามารถในการอธิบายขั้นตอนต่างๆ รวมถึงการจัดลำดับเหตุการณ์ก่อนหลัง และอธิบายการทำงานของสิ่งต่างๆค่ะ
ในส่วนที่สองนั้น จะเป็นการแสดงความคิดเห็น ในประเด็นต่างๆที่กำหนดให้ ทั้งนี้เพื่อวัดความสามารถ ในการแก้ปัญหา และสามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างสมเหตุสมผล สามารถเปรียบเทียบและชี้ข้อแตกต่างของเหตุการณ์ ความเห็น หัวข้อที่นำมาให้เขียนนั้นง่ายต่อการเข้าใจ ทั้งสำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี หรือ กำลังจะเรียนต่อในระดับสูงกว่าค่ะ
17. แล้วการเขียนของ General Training Writing นั้นต่างกันยังไง?
ก็คือ ในส่วนแรกของ General Training จะได้คำถามที่มีลักษณะเป็นจดหมายที่เขียนขอข้อมูลหรือ อธิบายสถานการณ์ และให้เราเขียนตอบ ทั้งนี้เพื่อวัดความสามารถในการสื่อสารโต้ตอบระหว่างบุคคลและ แสดงความรู้สึกว่า ชอบหรือไม่ชอบ ความต้องการ และแสดงความคิดเห็นได้ค่ะ
ในส่วนที่สองนั้นผู้สอบต้องแสดงทัศนะ หรือ ไม่ก็ให้ อภิปรายโต้แย้ง หรือ แสดงปัญหา ในหัวข้อที่ให้ไว้ ทั้งนี้เพื่อวัดความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูล การวางโครงร่างของปัญหาและเสนอแนะแนวทางแก้ปัญหา เสนอและชั่งน้ำหนักของความคิดเห็น บทความ หรือ ทฤษฎีต่างๆ ว่าน่าเชื่อถือมากน้อยขนาดไหนค่ะ
18. การให้คะแนนการเขียน?
ในการเขียนทั้งสองแบบต้องเขียนตอบในกระดาษคำตอบเท่านั้นหากเขียนในกระดาษ คำถามจะได้รับการตรวจ การให้คะแนนก็จะให้น้ำหนักของส่วนที่สอง มากกว่า ส่วนที่หนึ่งค่ะ การให้
คะแนนส่วนที่หนึ่งนั้นจะให้จาก
* Task Fulfilment
* Coherence
* Cohesion
* Vocabulary
* Sentence Structure
คะแนนส่วนที่สองนั้นจะให้จาก
* Arguements
* Ideas
* Evidence
* Communicative Quality
* Vocabulary
* Sentence Structure
19. ถ้าเขียนน้อยกว่าเกณฑ์ที่กำหนด?
จะถูกหักคะแนนค่ะ
20. การพูด เป็นการสอบแบบไหน ใช้เวลานานแค่ไหน?
การสอบพูด นั้นจะใช้เวลา ตั้งแต่ 11-14 นาที จะเป็นการสัมภาษณ์ระหว่าง ผู้เข้าสอบและเจ้าหน้าที่ เป็นการทดสอบความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร การสอบสัมภาษณ์นั้นจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนด้วยกัน
*ส่วนที่ 1 ผู้เข้าสอบจะตอบคำถามทั่วไปเกี่ยวกับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น เรื่อง บ้าน ครอบครัว การงาน การเรียน ความสนใจ ซึ่งจะเป็นเรื่องใกล้ตัวเรา ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 4-5 นาที
*ส่วนที่ 2 ผู้เข้าสอบจะต้องพูดตามหัวข้อที่ได้รับในการ์ด โดยจะมีเวลาเตรียมตัว หนึ่งนาที และพูดประมาณสองนาที จากนั้นเจ้าหน้าที่จะถามคำถามหนึ่งหรือสองคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่เราพูด
*ส่วนที่ 3 นั้น ก็จะเป็นการถกปัญหากันระหว่างเจ้าหน้าที่และผู้เข้าสอบ หัวข้อนั้นก็จะเกี่ยวๆ กับที่ได้รับในส่วนที่สอง ซึ่งจะใช้เวลาประมาณสี่ถึงห้านาทีการสัมภาษณ์จะมีการบันทึกไว้ด้วยเทปบันทึกเสียงค่ะ
21. คะแนน IELTS แต่ละระดับ แปลว่าอะไรบ้าง?
ระดับ 9
หมายถึงผู้สอบมีระดับการใช้ภาษาอังกฤษ ดีเลิศ สามารถใช้ภาษาได้อย่าง คล่องแคล่วถูกต้องแม่นยำ มีความเข้าใจภาษาดีเยี่ยม ใกล้เคียงเจ้าของภาษา
ระดับ 8
หมายถึงผู้สอบมีระดับการใช้ภาษาอังกฤษ ดีมาก สามารถใช้ภาษาได้อย่าง คล่องแคล่ว ถูกต้อง ความผิดพลาด และความไม่เหมาะสม เกิดขึ้นเพียงเล็กน้อย
ระดับ 7
หมายถึงผู้สอบมีระดับการใช้ภาษาอังกฤษดี แต่ยังมีความผิดพลาด และเข้าใจผิดบางโอกาสใช้ภาษาในลักษณะซับซ้อนได้ดี
ระดับ 6
หมายถึงผู้สอบมีระดับการใช้ภาษาอังกฤษ ใช้งานได้ สามารถสื่อสาร และเข้าใจ ภาษาอังกฤษ สามารถใช้ภาษา ในลักษณะซับซ้อนได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในสถานการณ์ที่คุ้นเคย
ระดับ 5
หมายถึงผู้สอบมีระดับการใช้ภาษาอังกฤษ ปานกลาง สามารถสื่อสารได้ ในระดับพื้นฐาน
แต่ยังใช้ภาษาผิดบ่อยๆ
ระดับ 4
หมายถึงผู้สอบมีระดับการใช้ภาษาอังกฤษจำกัด สามารถใช้ภาษา ในลักษณะสถานการณ์ที่คุ้นเคยเท่านั้น
ระดับ 3
หมายถึงผู้สอบมีระดับการใช้ภาษาอังกฤษ จำกัดมาก รู้ความหมายกว้าง ๆ และเฉพาะคำที่คุ้นเคยเท่านั้น
ระดับ 2
หมายถึงผู้สอบมีระดับการใช้ภาษาอังกฤษอยู่ในขั้น คำพื้นฐาน ไม่สามารถสื่อสารได้ พูดได้เป็นคำๆเท่านั้น
ระดับ 1
หมายถึงผู้สอบเป็นผู้ที่ไม่รู้ภาษาอังกฤษ ใช้ภาษา ไม่ได้เลย
22. ผล IELTS มีอายุนานแค่ไหน?
2 ปีเท่านั้นค่ะ เกินกว่านั้นต้องสอบใหม่ค่ะ
23. ศูนย์สอบ IELTS ในไทยมีที่ไหนบ้าง
ในประเทศไทย มี ศูนย์สอบ IELTS อยู่ 3 แห่ง คือ
1. IDP Education Australia
2. British Council สยามสแควร์ และที่ ตึกวิทยกิจ ชั้น 13 ปกติจะจัดสอบ เดือนละสามครั้ง ในวันอาทิตย์ แต่ควรจะตรวจสอบวันเวลา จากศูนย์สอบให้แน่นอนค่ะ
3. Australia Centre เชียงใหม่
ความแตกต่างระหว่าง IDP Education Australia กับ British Council ดูได้ที่
http://www.ielts.in.th/Articles/different-IDP-BC.php
24. ศูนย์สอบใน Wollongong?
สอบได้ที่ Wollongong College ค่ะ ตึก 30 ค่ะ
25. ค่าสอบ?
ถ้าสอบที่ไทยจะอยู่ที่ประมาณ 5,700 บาท ค่ะ ถ้าสอบที่ Wollongong College ราคา $310 สรุปแล้วสอบมาจากไทยจะถูกกว่าค่ะ